ผู้เขียน หัวข้อ: โทรศัพท์มือถือกับการเชื่อมโลกด้วยเทคโนโลยี VoIP รวมทั้ง IMS  (อ่าน 45 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

mau2012nara9

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 588
    • ดูรายละเอียด
ในขณะ 2-5 ปีที่กำลังเดินทางมาถึงนี้ ถือได้ว่าจุดแปลงของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่สำคัญยิ่ง ดังนี้เนื่องด้วยระบบโทรศัพท์มือถือและก็โครงข่ายอินเทอร์เน็ตมีการหลอมรวมกัน (Convergence) อย่างชัดเจนเจนขึ้นเป็นลำดับ โดยมีการคาดหมายว่า ในอนาคตโทรศัพท์มือถือจะเติบโตพร้อมกันไปกับการใช้บริการ Content บนอินเทอร์เน็ต โดยยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยีของ Web3.0 รวมทั้งความประพฤติการใช้แรงงานของลูกค้าในสมัย Net Generation จะก่อให้เป็นแรงกระตุ้นให้อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ สร้างวัสดุอุปกรณ์ซึ่งสามารถเกื้อหนุนการใช้แรงงานในด้าน Mobile Social Network เพิ่มมากขึ้น ประกอบการขับเขยื้อนของแนวความคิด Ubiquitous network ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ก็ยิ่งทำให้แนวทางของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือมุ่งสู่การผลิต Application ที่เกี่ยวโยงกับ Mobile Social Network อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งมีการคาดหมายจากกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research ว่า กลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในอนาคตจะมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ที่มีลักษณะ Global, Interactive รวมทั้ง Dynamic เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอาจก่อให้ตัวแบบธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นที่เชื่อมโยงกับธุรกิจโทรศัพท์มือถือแปรไปอย่างเร็ว (รูปถัดไปแสดงการคาดเดาการใช้แรงงานโทรศัพท์มือถือในลักษณะโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Mobile Social Network) ในตอนปี 2008-2013 ของกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research)




รูปแสดง การทายการใช้แรงงานโทรศัพท์มือถือในลักษณะโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Mobile Social network) ในตอนปี 2008-2013 ของกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research จาก www.abiresearch.com 

           จากการเชื่อมต่อผู้คนทั่วทั้งโลกในลักษณะโซเชียลมีเดียบนโลกอินเทอร์เน็ต ก็เลยทำให้การพัฒนาเทคโนโลยี IP Multimedia Subsystem (IMS) และก็ Voice-over-IP เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อรองรับการให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกแบบผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายโทรศัพท์เขยื้อนรวมทั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่สามารถให้บริการ Multimedia ต่างๆได้จากโทรศัพท์มือถือ โดยอยู่บนเบื้องต้นของการส่งข้อมูลบนโครงข่ายบนมาตรฐาน Internet Protocol (IP) ซึ่งสามารถใช้บริการการเชื่อมต่อผู้คนทั่วทั้งโลกด้วยค่าใช้จ่ายสำหรับบริการราคาไม่แพงที่พอๆกับการใช้บริการการติดต่อสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต

           เทคโนโลยี IMS จะก่อให้การให้บริการโทรศัพท์มือถือในอนาคตมีบริการที่นานาประการรวมทั้งทรงอำนาจ ได้แก่ บริการ Face-to-Face Communication (Presence), บริการกำหนดสถานที่ตั้งต่างๆ(Location Based Services) แล้วก็  บริการโซเชียลมีเดียแบบเคลื่อน (Mobile Social Network) ฯลฯ ซึ่งเป็นการให้บริการแบบ Real time เฉพาะบุคคล เป็นการสร้างความชอบใจให้กับผู้รับบริการมากเพิ่มขึ้น และก็ช่วยยกฐานะคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ ได้แก่ บริการแสดงภาพเคลื่อนไหวขณะใช้งาน (Presence) ทำให้พวกเราสามารถเห็นเพื่อนฝูงหรือกลุ่มชนที่พวกเราต้องการจะติดต่อ ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของโลก จุดหักเหที่สำคัญในอนาคตเป็นการให้บริการของโทรศัพท์มือถือซึ่งสามารถให้บริการ การสัมมนาทางโทรคำศัพท์แบบมองเห็นหน้า (Video conference) จากรอยต่อจุด (point to point ) ไปสู่การให้บริการหลายๆจุด (Multipoint) โดยการสัมมนาทางโทรคำศัพท์ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว จำต้องใช้บริการสะพานเชื่อมต่อของ IMS เพื่อเชื่อมต่อวิธีการทำ Video call จากหลายจุดเข้าด้วยกัน  โดยการเชื่อมต่อการสัมมนานั้น จะไม่มีปัญหาในด้านความไม่เหมือนของเครือข่ายรวมทั้งเครื่องมือที่ใช้เพื่อการเชื่อมต่อ (Client device) อีกต่อไป รวมทั้งการเชื่อมต่อดังที่กล่าวผ่านมาแล้วก็จะทำส่งผ่านเครือข่าย IP โดยเหตุนั้น ผู้รับบริการสามารถใช้บริการ Video conference ได้จากหลายเทคโนโลยีซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะ Mobile Broadband Internet นั่นเอง

           ส่วนการพัฒนาเทคโนโลยี Voice-over-IP มีมานับตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของ Internet  แต่ว่าความสามารถการใช้แรงงานไม่เป็นที่ยอมรับ เนื่องมาจากในขั้นแรก Internet ยังมีความเร็วน้อยเกินไปต่อการให้บริการ Voice-over-IP โดยเหตุนั้นจำนวนมากจะเป็นการให้บริการฟรี แม้กระนั้นต่อไปก็มีการเปลี่ยนครั้งสำคัญขึ้นในส.ค. 2003 ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยรวม โน่นเป็นการเปิดตัวการให้บริการโทรศัพท์แบบ peer-to-peer (P2P) ของบริษัท Skype ซึ่งได้รับการยินยอมรับจากผู้รับบริการอย่างถล่มทลาย     การบรรลุเป้าหมายของ Skype มีต้นเหตุจากการนำเสนอบริการ Voice-over-IP ที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย แล้วก็ที่สำคัญเป็น “ความง่ายสำหรับเพื่อการใช้งาน” โดยคนที่อยากใช้บริการสามารถ Download โปรแกรม Skype ขึ้นมาใช้งานได้ข้างใน 5 นาที โดยจำเป็นต้องจ่ายรายจ่ายเป็นจำนวนเงิน 10 ยูโร ฝากบัญชีแบงค์ แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มการใช้แรงงานได้ ซึ่งถ้าหากว่าโทรหาคนที่ใช้ Skype ด้วยเหมือนกันก็ไม่ต้องเสียค่าบริการ หรือถ้าหากโทรเข้าเครื่องโทรศัพท์ปกติก็เสียค่าบริการเพียงแต่ 0.0017 ยูโรต่อนาที แค่นั้น  ซึ่งช่วงนั้นผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลายบริษัทก็ได้เริ่มให้บริการ Voice-over-IP เช่นกัน แม้กระนั้น  Skype ก็รีบปรับปรุงบริการของตนเองให้คืบหน้าขึ้นไปอีก แม้ว่าจะมิได้แปลว่าบริการทั้งหมดทุกอย่างของ Skype นั้นจะดีงามไปหมดทั้งหมดทุกอย่าง โดยยิ่งไปกว่านั้นประสิทธิภาพของการให้บริการที่ยังคงเทียบไม่ได้กับโทรศัพท์บ้านหรือ โทรศัพท์มือถือ เนื่องจากหากผู้ใช้มีการใช้งานโปรแกรมอื่นๆหรือ Download/upload ข้อมูลที่ได้รับมาจาก Internet ไปพร้อมทั้งการใช้แรงงาน Skype ด้วยก็จะก่อให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับการดำเนินงานของ Skype ห่วยแตกลง ซึ่งปัญหาเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากโครงข่าย Internet ที่ด้อยประสิทธิภาพ  ซึ่งไม่อาจจะค้ำประกันความเร็วสำหรับการใช้งานได้  ในทางตรงกันข้ามเครือข่ายโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือใช้งานผ่านช่อง สัญญาณเฉพาะต่อการโทรศัพท์แต่ละครั้งนั้นจะมีคุณภาพที่สูงกว่า อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมีการเพิ่ม Bandwidth ในระดับความเร็วถึง Mbps ปัญหาดังกล่าวมาแล้วข้างต้นก็คลี่คลายลง

           ต่อปริศนาที่ว่า Voice-over-IP จะทำให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคมเช่นไรนั้น คำตอบคงสำเร็จกระทบต่อการให้บริการโทรศัพท์เบื้องต้นเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะ โทรศัพท์ทางไกลระหว่างชาติที่คิดค่าธรรมเนียมเหมือนกับโทรศัพท์ทางไกลภายในประเทศ ufabet แล้วก็มีทิศทางในอนาคตที่เด่นชัดว่า Traffic ของโทรศัพท์ระหว่างชาติ จะวิ่งผ่านเครือข่าย IP ของโครงข่าย Mobile Broadband เป็นหลักเมื่อระบบเน็ตเวิร์กโทรศัพท์มือถือแปลงผ่านสู่ระบบ IP โดยบริบูรณ์ แล้วก็ท้ายที่สุดรายได้ (Revenue Model) ของ Operator โทรศัพท์ระหว่างชาติ จะแปรไปอยู่ในมือของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มี International Gateway  ของตัวเอง กระทั่งทำให้ Operator ที่ไม่มีโครงข่าย Mobile ไม่อาจจะหาเงินในแบบเดิมได้อีกต่อไป