ผู้เขียน หัวข้อ: 7 หลักการเลือกแอร์ติดผนังที่เย็นสบายแบบไม่สิ้นเปลืองไฟ  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

suppawutpudwee

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
    • ดูรายละเอียด
ถ้าพูดถึงเครื่องปรับอากาศที่ผู้ใช้รายย่อยโดยมากเลือกใช้กันนั้น ก็อาจจะต้องเป็นแอร์ติดผนังที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุดโดยคนไม่ใช่น้อยอาจะเข้าใจผิดว่า แอร์ติดผนัง (wall type) จะต้องเป็นเฉพาะแอร์รุ่นเล็กเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วเครื่องปรับอากาศแบบที่ติดฝาผนังได้นั้นมีให้เลือกมากมาย หลากหลายขนาดจ้ะ ด้วยเหตุนั้นไม่ว่าลูกค้าจะมีห้องขนาดใหญ่หรือเล็ก ก็สามารถเลือกใช้แอร์ติดผนังได้ทั้งหมด แต่ว่าการที่จะใช้แอร์แบบติดผนังนันก็มีหลายเรื่องที่จำเป็นต้องคิดถึง เพราะเหตุว่าเป็นแอร์ที่จำเป็นจะต้องแขวนไว้ข้างบนแล้วก็เจาะฝาผนังออกไปข้างนอกอาคาร ซึ่งทำให้เกิดความจำกัดหลายอย่าง โดยจะมีเรื่องมีราวอะไรที่ควรจะสนใจบ้างนั้น ตามไปดูกันค่ะ


เรื่องน่ารู้ของแอร์ติดผนัง


1.ขนาดของแอร์

การจะเลือกแอร์ติดผนังเหตุแรกที่จะต้องพิจารณาก็คือ ขนาดของแอร์ เนื่องจากว่าไม่ว่าจะติดอยู่ส่วนไหนของบ้านก็จึงควรเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับห้อง เพราะว่าไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลให้มีอากาศหนาวหรือร้อนเกินความจำเป็น รวมทั้งอาจทำให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไปอีกด้วยค่ะ




2.จุดที่ใช้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องนอน

โดยทั่วไปแล้วในหลายๆบ้าน ถ้าจำเป็นจะต้องเลือกติดแอร์สักหนึ่งตัวก็น่าจะเลือกห้องนอนก่อนเป็นหลักด้วยเหตุว่านับว่าเป็นที่พักผ่อนภายหลังที่ต้องอ่อนล้ามาตลอดทั้งวัน โดยการจะตั้งแอร์ติดผนังภายใน้ห้องนอนนั้น ก็ควรเลือกจุดที่เหมาะสมกับทิศทางลมมากที่สุด นั้นก็คือรอบๆด้านข้างเตียงเพื่อให้ลมเย็นสามารถส่งถึงลำตัว แต่ว่าควรจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ลมจากเครื่องปรับอากาศปะทะกับร่างกายหรือศีรษะโดยตรงเนื่องจากบางทีก็อาจจะเกิดโทษต่อสุขภาพได้จ้ะ

3.จุดที่ใช้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องรับแขก

ถ้าเกิดบ้านไหนคิดจะติดแอร์ติดผนัง (wall type)ในส่วนของห้องรับแขก อาจจะต้องใช้วิธีคิดที่ไม่เหมือนกับการติดเครื่องปรับอากาศในห้องนอน เนื่องจากโดยปกติแล้วคนมักจะมิได้นั่งอยู่ที่เดิมตลอดเวลา จึงไม่จำเป็นต้องกังวลใจว่าลมเย็นจะปะทะร่างกายนานเกินความจำเป็น ดังนั้น การติดเครื่องปรับอากาศในห้องรับแขกจึงควรวางตำแหน่งให้ความเย็นสามารถลงบริเวณที่มีคนนั่งได้พอดิบพอดี ซึ่งจะช่วยทำให้รู้สึกเย็นสบายมากกว่าท่ามกลางอากาศที่ร้อนในตอนกลางวันจ้ะ

4.เลี่ยงจุดที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง

การติดตั้งแอร์แขวนฝาผนังนั้น ควรหลบเลี่ยงการวางเครื่องไว้เหนือจุดที่มีฝุ่นผงมาก อาทิเช่นเตียงหรือโซฟา ดังนั้นจะต้องติดตั้งแอร์ไว้ที่ฝั่งตรงข้ามแทนที่จะวางไว้เหนือของใช้ดังที่กล่าวมาแล้ว เพราะนอกจากจะช่วยลดการดูดฝุ่นผงเข้าไปในเครื่องแล้ว ยังช่วยให้ผู้อาศัยสามารถรับลมเย็นได้ดีกว่าอีกด้วย

5.ตำแหน่งเหมาะสมกับตัวแอร์ภายนอก

ไม่เพียงแต่ตำแหน่งของแอร์ตัวในเท่านั้นนั้น แต่สำหรับเครื่องทำความเย็นภายนอกหรือคอมเพรสเซอร์นั้น ก็ถือเป็นต้นเหตุที่ต้องระวังเหมือนกัน โดยควรจัดตั้งเครื่องไว้ภายในตำแหน่งที่ไม่ต้องตากฝนโดยตรงเพราะว่าการถูกความเปียกชื้นอยู่เป็นประจำนั้น นอกเจากการที่จะทำให้เครื่องเสียง่ายแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดสนิมอีกด้วย ขณะที่คอมเพรสเซอร์ก็ไม่ควรติดไว้ภายในบริเวณที่จะถูกแดดตรงๆด้วยด้วยเหมือนกัน เพราะการที่เครื่องร้อนอาจจะส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำความเย็นได้ยากขึ้นด้วยค่ะ

6.ป้องกันจุดที่บางทีอาจเกิดอันตราย

สำหรับบ้านหลังไหนที่มีปัญหาหลังคารั่ว จำเป็นจะต้องสังเกตจุดดังที่ได้กล่าวมาแล้วและก็เลี่ยงการติดเครื่องปรับอากาศบริเวณนั้น เนื่องจากว่าถ้าเกิดฝนตกและมีน้ำรั่วก็บางทีอาจส่งผลทำให้เครื่องปรับอากาศช็อตได้ หรือถ้าเป็นจุดที่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศรอบๆนั้นจริงๆก็บางทีอาจให้ช่างมาซ่อมหลังคาก่อน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจบานปลายได้ในคราวหลังจ้ะ

7.ติดเช่นไรให้กินไฟต่ำที่สุด

นอกเหนือจากจุดที่ต้องพิจารณาตามที่กล่าวมาแล้วการติดตั้งแอร์ก็ควรจะอยู่ในตำแหน่งที่จะทำให้เครื่องสามารถดำเนินงานได้ง่ายและก็กินไฟให้น้อยที่สุด ถึงแม้ว่าแอร์ส่วนมากจะมากับระบบที่ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว แต่ผู้ใช้ก็ยังสามารถช่วยอีกแรงเพื่อประหยัดค่าไฟจากเครื่องปรับอากาศลงได้ โดยพยายามหลีกเลี่ยงติดแอร์ในฝั่งที่จำเป็นต้องโดนความร้อนจากแสงอาทิตย์มากๆ และขณะเปิดเครื่องปรับอากาศ ก็ควรปิดม่านเพื่อไม่ให้แสงสว่างส่องเข้ามาข้างในได้ เนื่องจากถ้าเกิดห้องยิ่งมีความร้อนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้แอร์จำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังทำความเร็วได้ช้าลง ซึ่งนั่นย่อมตามมาด้วยค่าไฟที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน